สโมสร บางกอก | ข่าว | ข่าวบันเทิง | ข่าวดารา | หนังใหม่ | ละคร | เพลง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง วันที่ 20 พฤษภาคม 2556

amm

  • Hero Member
  • *****
  • ดูรายละเอียด
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง วันที่ 20 พฤษภาคม 2556



ปัทม์ถูกปล่อยตัวออกมาหลังถูกจับไว้ไม่กี่ชั่วโมง เพราะปวุฒิแค่แจ้งข้อหาว่าทะเลาะวิวาทเท่านั้น เขาสงสารที่รจนาไฉนต้องมาช่วยแก้ปัญหา ปัทม์เดินออกจากห้องขังเจอกับปวุฒิ ทั้งสองมองหน้ากัน...
 
“ไม่ต้องขอบใจหรอก เพราะผมไม่ใช่คนดี ผมไม่มีวันให้อภัยกับสิ่งที่คุณทำ”
 
“ถ้าอย่างนั้นช่วยทำไม”
 
“เพราะผู้หญิงที่ผมรัก... รจนาไฉน”
 
พอปัทม์รู้ความจริงก็ไม่พอใจ ปวุฒิพูดเน้นย้ำ
 
“ต่อให้เกลียดชังอยากขังลืมคุณมากแค่ไหน แต่ผมต้องยอมหลับหูหลับตาให้อภัย เพราะผมยอมทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ผมรัก คุณควรจะสำนึกบุญคุณเธอด้วย...คุณมีชีวิตได้อีกครั้งเพราะผู้หญิงที่ชื่อ รจนาไฉน”
 
ปวุฒิพูดแล้วเดินออกไปยิ่งทำให้ปัทม์เจ็บใจมาก ยิ่งเห็นรจนาไฉนทำให้เขายิ่งไม่พอใจ เพราะรู้สึกเสียเหลี่ยมที่เธอมาช่วยเขาไว้ สะบัดหน้าเดินออกไปโดยมีชิตามหลัง รจนาไฉนเข้าไปขอบคุณปวุฒิที่ช่วย

“ผมยอมครั้งนี้แค่ครั้งเดียว แต่ถ้าเขายังไม่เลิกทำร้ายคนอื่น ผมไม่เอาไว้แน่ ต่อไปนี้คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมทำเรื่องย้ายมาประจำที่นี่แล้ว ผมจะอยู่ข้างคุณเสมอ ไป...ผมไปส่งคุณเอง”

“ขอบคุณค่ะ แต่อย่าดีกว่า อย่าทำให้เพื่อนลำบากใจเลยค่ะ เพื่อนเอารถมา เพื่อนไปก่อนนะคะ”
 
ปวุฒิมองตามด้วยสีหน้าและแววตาอาลัยอาวรณ์
 
ปัทม์ยังอารมณ์ค้าง พอกลับมาถึงบ้านก็พาลหาเรื่องกับรจนาไฉน บอกให้เธอเลิกมาวุ่นวายกับชีวิตเขา แต่ถูกเธอย้อนกลับไปว่า ที่ต้องยุ่งก็เพราะคุณเปรมกลับมา และเธอก็ไม่อยากให้คุณเปรมทุกข์ใจเพราะลูกชายติดคุก ปัทม์อึ้งไปทันที เมื่อรู้ว่ารจนาไฉนหวังดีกับเขา แต่เพราะกลัวใจตัวเองจะหวั่นไหวและใจอ่อนกับเธอจึงพาลใส่อีก

“เธอมีหน้าที่ทำตามคำสั่งและรองรับอารมณ์ฉัน ไม่มีสิทธิก้าวก่าย ฉันจะเป็นยังไง...มันก็ชีวิตฉัน”

รจนาไฉนเห็นว่าปัทม์ยังคงก้าวร้าว ไม่สำนึกผิด ก็จำยอม...ไม่อยากต่อปากต่อคำอีก
 
“ก็ได้ ที่ช่วยคุณ...ฉันไม่ได้นึกพิศวาสหรือทำในฐานะภรรยาหรอกนะ เพราะเราสองคนไม่มีความผูกพันใด ๆ ต่อกัน ฉันทำไปตามหน้าที่ของคนรับใช้ที่ต้องดูแลเจ้านาย!”

รจนาไฉนจะเดินออกไป แต่ปัทม์เรียกไว้หยิบเงินส่งให้

“ค่าจ้างที่เธอช่วยฉัน เราจะได้ไม่มีหนี้บุญคุณต่อกัน” รจนาไฉนมองปัทม์ด้วยสายตาดูถูกเป็นอย่างยิ่ง

“ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชีวิตคุณถึงไม่มีใคร”

“นี่เป็นสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เหรอ เอาไปสิ”

ปัทม์เอาเงินฟาดใส่หน้ารจนาไฉน...เงินปลิวว่อน...

“เงินพวกนี้จะทำให้เธอมีความสุข เอาไปปรนเปรอครอบครัวเธอ ถ้าอยากพิสูจน์ว่าทำไปด้วยใจ ไม่ได้ต้องการเงิน ก็เดินออกไปจากห้องนี้ ไม่ต้องหยิบเงินออกไปแม้แต่บาทเดียว” ปัทม์มองท้าทาย

รจนาไฉนมองปัทม์แล้วก้มลงเก็บเงิน ปัทม์เสียใจที่รจนาไฉนเห็นเงินเป็นสำคัญ

“เงินนี้อาจเป็นเศษเงินที่ไม่มีค่าสำหรับคุณ แต่มันมีค่าสำหรับชีวิตของคนบางคน”
 
ปัทม์ยิ่งทรมานใจ เจ็บใจและเดินหนีออกไป รจนาไฉนได้แต่กอดเงินไว้แล้วร้องไห้...

“พ่อจ๋า...เพื่อนจะยอมทำทุกอย่างเพื่อพ่อ ต่อให้เขาทำร้ายศักดิ์ศรีเพื่อนยังไง เพื่อนก็จะทน”

เช้าวันใหม่ เมื่ออุรารัตน์มาที่บ้าน และคอยหาเรื่องใช้งานรจนาไฉน ตอนแรกเธอขัดขืนบอกว่าทำตามที่ปัทม์สั่งเท่านั้น

“แต่ฉันกำลังจะได้เป็นเมียคุณปัทม์ แกควรจะก้มหัวสวามิภักดิ์กับฉันไว้”

“เพื่อความอยู่รอดของแก” นงนุชเสริม
 
“นั่นเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งอาจจะได้เป็น...หรือไม่ได้เป็น คนเราควรอยู่กับปัจจุบันนะคะ อย่าไปหวังกับอนาคตลม ๆ แล้ง ๆ”
 
รจนาไฉนจะเดินหนี แต่ปัทม์เข้ามาขวางแล้วสั่ง
 
“เธอต้องทำตามคำสั่งคุณอุรารัตน์”
 
รจนาไฉนตกใจ...ส่วนอุรารัตน์ดีใจมาก “ต่อไปนี้ให้ถือว่าคำสั่งของคุณอุรารัตน์ คือคำสั่งของฉัน”
 
รจนาไฉนมองหน้าปัทม์ นึกน้อยใจที่ถูกปัทม์มาข่มเหงซ้ำ...แต่เธอก็ฝืนทน หันไปถามอุรารัตน์
 
“จะให้ฉันล้างม้าตัวไหนให้คะ”
 
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว แดดแรงเดี๋ยวผิวฉันเสีย...ฉันอยากทำสปา เตรียมอุปกรณ์ให้ด้วย ฉันจะทำสปาเท้า”
 
รจนาไฉนตกใจที่อุรารัตน์จะให้เธอทำถึงขนาดนั้น เธอหันไปมองปัทม์ที่ไม่ห้ามใด ๆ แต่กลับมองข่มให้ทำตามคำสั่ง
 
“ผมขอตัวไปทำงานต่อ...มีอะไรก็สั่งรจนาไฉนได้ทุกอย่าง”
 
“ค่ะปัทม์” ปัทม์ออกไป รจนาไฉนมองตามด้วยความน้อยใจ
 
ชิเดินตามปัทม์เข้ามาในโรงเก็บชา พยายามพูดโน้มน้าวให้เขาไปช่วยรจนาไฉน แต่ปัทม์ทำเฉยไม่สนใจ

“นายควรถนอมน้ำใจคุณรจนาไฉนบ้าง ยังไงเธอก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียนาย”

ปัทม์สั่งชิ ชิยกลังสองกล่องเดินตาม ปัทม์เดินหนีไป

“นายลองคิดดู ถ้านายเป็นเมีย แล้วถูกผัวทำร้ายจิตใจแบบนี้ นายจะรู้สึกยังไง”

ปัทม์ทนไม่ไหวหันมามองดุชิ ก่อนจะเดินออกไปยืนมองที่บ้าน สีหน้านิ่งขรึม สับสนในอารมณ์ตัวเองว่าทำถูกหรือไม่

“ขอบใจนะอุรารัตน์ ที่จะช่วยทำให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตฉัน” ปัทม์พูดกับตัวเอง

ด้านอุรารัตน์กำลังโวยวายใส่รจนาไฉนที่ทำสปาเท้าไม่ถูกใจ พอรจนาไฉนเอาน้ำร้อนราดเท้าอุรารัตน์ก็ร้องเสียงหลงว่า เธอแกล้ง

“เปล่านะคะ ก็คุณอุรารัตน์สั่งให้ล้างสะอาด เพื่อนก็ใช้น้ำร้อนฆ่าเชื้อไงคะ”
 
“นังรจนาไฉนหล่อนเคยทำสปาเท้ารึเปล่า จะล้างเท้าก็ต้องใช้น้ำเย็นเทใส่ก่อนแล้วค่อยเอาน้ำร้อนผสมลงไป” นงนุชถาม
 
“เหรอคะ เพื่อนเคยแต่ทำสปาหน้าไม่เคยทำสปาเท้า แล้วต้องทำยังไงคะเนี่ย”
 
“ไม่ได้เรื่อง มานี่ฉันจะทำให้ดู ใช้แปรงขัดเบา ๆ ที่เท้า”

รจนาไฉนแอบยิ้มที่เห็นนงนุชหลงกล แต่อุรารัตน์รู้ทันสั่งให้รจนาไฉนเป็นคนทำต่อ อุรารัตน์นอนลง แล้วเอาผ้ามาปิดตา
 
“คุณแอรี่นอนพักผ่อนคลายนะคะ หลับหูหลับตาอย่าไปมองสิ่งอุจาดตา” นงนุชเอาใจเจ้านาย
 
“เพื่อนจะขัดให้สะอาดเลยนะคะ”

รจนาไฉนเอาแปรงนุ่ม ๆ วางลง แล้วหยิบแปรงขัดห้องน้ำอันใหญ่ขึ้นมา แล้วลงมือขัดเต็มแรงอุรารัตน์ร้องเสียงดังลั่น

“ว้าย...เท้าฉัน”

“อย่าเพิ่งลุกค่ะ ยังขัดไม่สะอาด”

“พอแล้ว...แกทำอะไรของแก”

“ก็เท้ามันเปื้อน เชื้อโรคคงเยอะ เพื่อนก็เลยใช้แปรงขัดห้องน้ำมาขัด”

“นังขี้ข้า แกแกล้งฉัน!”

ชิวิ่งมาบอกปัทม์ให้รีบไปดูที่บ้านเพราะเกิดเรื่องใหญ่... อุรารัตน์วีนแตก โวยวายเสียงดังจะเล่นงานรจนาไฉน

“แกคิดลองดีกับฉัน...นงนุช...เอาน้ำล้างเท้าของฉัน ล้างหน้ามัน” อุรารัตน์หันไปสั่ง

นงนุชหยิบอ่างน้ำขึ้นมาตั้งท่าจะสาด แต่เหยียบน้ำที่เลอะพื้นลื่น เซไปสาดอุรารัตน์แทน “เกิดอะไรขึ้น”

อุรารัตน์และนงนุชเห็นปัทม์กำลังเดินเข้ามา...นงนุชรีบเอาอ่างยัดใส่มือรจนาไฉนแล้วผลักอุรารัตน์ล้มลงกับพื้น บอกให้อุรารัตน์ทำเป็นแกล้งร้องและใส่ร้ายว่าถูกรจนาไฉนแกล้ง

“ฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณอุรารัตน์เป็นแบบนี้” ปัทม์ถามเสียงดัง

รจนาไฉนไม่ทันตอบ อุรารัตน์รีบชิงตอบ และโยนลูกให้กับนงนุชในการสร้างเรื่องใส่ร้ายรจนาไฉน
 
“แอรี่แค่ใช้ให้ทำสปาเท้า นังคนรับใช้ของปัทม์สิคะ ไม่พอใจแอรี่”
 
“ใช่ค่ะ เสียงแข็งไม่อยากทำให้” นงนุชเสริม
 
“แอรี่ก็เห็นใจ บอกว่าถ้าไม่อยากทำไม่ต้องก็ได้”
 
“แต่มันบอกว่าจะทำให้ แล้วมันทำไงรู้มั้ยคะ” นงนุชว่า
 
“มันเอาน้ำร้อนมาราดเท้าแอรี่”
 
“ยังไม่ใช่แค่นั้นนะคะ มันยัง...” นงนุชจะพูดใส่ไฟต่อ อุรารัตน์รับลูกจะตอบ แต่ปัทม์ห้ามไว้และถามกลับรจนาไฉน
 
“ฉันอยากรู้ว่าคุณอุรารัตน์เปียกปอนอย่างนี้ได้ยังไง”
 
“ฉันไม่ได้...” รจนาไฉนอึกอัก
 
“ไฮไลต์เลยค่ะ ปัทม์ มันเกลียดแอรี่ มันคว้าเอาน้ำล้างเท้ามาสาดแอรี่”
 
“เท่านั้นยังไม่พอ มันยังเข้ามาตบตีคุณแอรี่อีก ไล่ให้ออกไปเลยค่ะ” นงนุชบอก
 
ปัทม์รู้ดีว่า ทั้งสองสร้างเรื่องโกหก แต่เขาต้องการแกล้งรจนาไฉน
 
“รจนาไฉน...ทำไมทำอย่างนี้”
 
“คุณไม่คิดจะถามฉันสักคำรึว่าความจริงเป็นยังไง”
 
“ไม่จำเป็น ถ้าเป็นเธอ...เธอจะเชื่อใคร?? ระหว่างลูกพ่อเลี้ยงเจงกับคนใช้ในบ้าน” ปัทม์แกล้งย้ำ
 
รจนาไฉนน้อยใจ ทั้งที่ปัทม์รู้ความจริงว่าเป็นยังไง
 
“ถ้าคุณต้องการแบบนั้น ก็ได้ ฉันเป็นคนทำร้ายคุณอุรารัตน์เอง เพราะฉันไม่พอใจที่เธอวางอำนาจใส่ฉัน”
 
“มันยอมรับแล้ว ลงโทษมันเลยค่ะปัทม์ เลี้ยงไว้ไม่ได้นะคะต้องไล่ออก” อุรารัตน์ได้ที

“ค่ะ ไล่ออกไปเลย...ทำอย่างที่คุณอุรารัตน์เสนอสิคะ ไล่ฉันออกไปซะ”
 
รจนาไฉนเย้ยเพราะเข้าทางที่ตัวเองต้อง การ ปัทม์รู้ทันว่าเธอกำลังเล่นเกมกับเขาอยู่ เขาจึงเล่นเกมตอบกลับ
 
“เปียกแบบนี้...ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องนอนผมดีกว่า” ปัทม์ยิ้มให้อุรารัตน์
 
“แล้วนังคนใช้เนี่ย”
 
“ผมจะจัดการกับคนของผมเอง 

“ปยงค์...ดูแลคุณอุรารัตน์ด้วย”
 
ปยงค์เดินนำจะพาอุรารัตน์และนงนุชที่ยิ้มเย้ยรจนาไฉนออกไป ปัทม์หันมามองหน้ารจนาไฉน

“ทำไม เธอไม่เล่าความจริง”
 
“ความจริงจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อใจคุณมีอคติ...”
 
“อย่ามาเล่นสำนวนกับฉัน”
 
“รึไม่จริง... ถึงฉันบอกความจริง คุณก็ต้องบอกว่าฉันเสแสร้งเรียกคะแนนสงสาร ซึ่งฉันไม่เคยคิดจะทำเหมือนคนบางคน”
 
“อย่าใส่ร้ายอุรารัตน์”
 
“ขอโทษค่ะ...ถ้าคำพูดของฉันไปพาด พิงถึงคนรักของคุณ”
 
“ใช่... ฉันไม่ชอบให้ใครกล่าวหาคนรักของฉัน โดยเฉพาะภรรยานอกสมรส นอกหัวใจอย่างเธอ”
 
“หมดเรื่องเยาะเย้ยถากถางฉันรึยังคะ ฉันจะกลับห้อง”
 
“เธอไปไหนไม่ได้ จนกว่าจะเช็ดน้ำล้างเท้าของคนรักฉันให้สะอาด”
 
ปัทม์จะเดินออกไปจากห้อง แต่หันมาย้ำรจนาไฉน

“เลิกแกล้งทำตัวเป็นคนดีซะที มันไม่ช่วยให้ฉันสงสารหรือเห็นใจเธอ เพราะฉันรู้ดีว่านั่นคือมารยาที่เธอเสแสร้งแกล้งทำมันน่าสมเพช”

รจนาไฉนเจ็บใจและน้อยใจที่เธอทำอะไรไม่เคยดีในสายตาปัทม์
 
ตอนที่ 7

ปยงค์พาอุรารัตน์กับนงนุชมาเปลี่ยนเสื้อ ผ้าที่ห้องนอนของปัทม์  “นงนุช ไหนเสื้อผ้าจะให้ฉันเปลี่ยนล่ะ แกไม่ได้เตรียมไว้เหรอ”

“เปลี่ยนไม่ได้ค่ะ แผนไล่นังรจนาไฉนไม่ได้ผล ก็ต้องใช้แผนสอง...รวบรัดตัดตอน”

นงนุชเข้ามาซุบซิบบอกแผนการ อุรารัตน์ยิ้มดีใจที่จะได้ทำตามแผนของนงนุช...พลันเสียงเคาะประตูเรียก ปัทม์เห็นนงนุชเปิดประตูออกมาก็แปลกใจ

“คุณอุรารัตน์เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว รอคุยธุระกับคุณปัทม์ค่ะ”
 
นงนุชไม่อธิบายมาก รีบชิ่งออกไป ปัทม์ลังเล แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องเจออุรารัตน์นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว

“ผมขอโทษ...ผมจะออกไปรอข้างล่าง”
 
ปัทม์จะเดินออกไป อุรารัตน์โผเข้ามากอดด้านหลัง
 
“คุณรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”

“ก็เสื้อผ้าของปัทม์มันใหญ่ใส่ไม่ได้เลย...แอรี่หนาวค่ะปัทม์” อุรารัตน์กอดปัทม์ไว้แน่น

“ผมจะไปหาชุดมาให้เปลี่ยน”

“อย่าเพิ่งไปค่ะ แอรี่หนาว หนาวถึงขั้วหัวใจเลย”
 
อุรารัตน์พยายามกอดเล้าโลมปัทม์ ปัทม์พยายามดึงตัวออก อุรารัตน์ไม่ยอมดึงปัทม์ล้มลงบนเตียงนอน

“อย่าครับ”

“คุณปฏิเสธแอรี่ทุกครั้งเลย...แต่ครั้งนี้...ถูกที่ถูกเวลาแล้วค่ะ...อย่าปิดตัวปิดใจอีกเลย”
 
ปัทม์พยายามกันไว้ไม่ให้อุรารัตน์เข้ามาจูบ...จู่ ๆ รจนาไฉนเข้ามาเห็นภาพคนทั้งสองกำลังกอดรัดกันก็ตกใจ

“ขอโทษค่ะ”
 
“ออกไปสิ” อุรารัตน์ไม่พอใจ
 
รจนาไฉนจะออกไป แต่ปัทม์เรียกเธอไว้ แล้วหันไปประคองอุรารัตน์พูดจาดี ๆ เพื่อเย้ยรจนาไฉน

“ใจเย็น ๆ นะครับ...บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเข้ามาในห้องส่วนตัวของฉัน...ต้องเป็นคนพิเศษเท่านั้นถึงจะเข้ามาได้”

“ฉันขอโทษค่ะ คุณปยงค์บอกให้ฉันมาเก็บเสื้อผ้าของคุณอุรารัตน์ไปซัก”

“มาทำไมตอนนี้ ออกไป” อุรารัตน์ไล่

“เดี๋ยวก่อน...เข้าไปเก็บสิ”

“ฉันไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัว ฉันค่อยมาเก็บก็ได้”

“ไม่ได้...ต้องเอาไปซักเดี๋ยวนี้!”

รจนาไฉนเดินเก็บชุดของอุรารัตน์ ปัทม์แสร้งทำทีคลอเคลียเอาใจอุรารัตน์ เพื่อยั่วรจนาไฉน

“ผมจะให้เด็กซักเสื้อผ้าแล้วรีดให้คุณนะครับ เก็บไว้ที่นี่ ต่อไปถ้าคุณมาค้างที่นี่ จะได้มีเสื้อผ้าเปลี่ยน...หนาวมั้ย”

“น้าวหนาวค่ะ” อุรารัตน์ดีใจมาก

“กอดผมแน่น ๆ สิครับ ผมจะช่วยทำให้คุณหายหนาว...”
 
อุรารัตน์เนื้อเต้นโผเข้ากอดปัทม์เต็มอิ่ม รจนาไฉนมองภาพปัทม์คลอเคลียด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ

“เอาชุดชั้นในชั้นไปซักด้วย”

รจนาไฉนตกใจ

“ทำตามที่คุณอุรารัตน์สั่ง”
 
รจนาไฉนไม่พอใจปัทม์ที่ทำร้ายจิตใจเธอ รีบเดินออกไปจากห้องทันที โดยไม่ทำตามคำสั่งของปัทม์

“ผมไปจัดการกับเด็กผมก่อน”

“แต่แอรี่ยังหนาวอยู่นะคะ”

ปัทม์หยิบผ้าห่ม ส่งให้อุรารัตน์ แล้วรีบออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้อุรารัตน์ร้องกรี๊ด ๆ ที่ถูกขัดใจ
 
รจนาไฉนเอาตะกร้าผ้ามาวาง นึกถึงเหตุการณ์ที่ได้พบน้ำตานองหน้าด้วยความเสียใจ ปัทม์ตามมากระชากรจนาไฉนเพื่อต่อว่าที่ขัดคำสั่ง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเธอร้องไห้

“เอาสิคะ จะว่าจะทำร้ายจิตใจอะไรอีกก็เชิญ...เอาให้สาสมกับความเกลียดชังของคุณ ...ยืนนิ่งอยู่ทำไมล่ะคะ ฉันอยู่ในบ้านนี้ในฐานะคนใช้...ไม่ใช่สะใภ้ของบ้านอยากจะกดขี่ข่มเหงยังไงก็ได้ ประชด...เสียดสี...ดูถูกความเป็นคน...คุณทำมาหมดแล้ว! เหลือเพียงอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำคือทำร้ายร่างกาย...จะตบตีอย่างไรก็เชิญ

...ตบฉันสิคะ...ตบฉันเลย”

รจนาไฉนเข้ามาจับมือปัทม์ให้ทำร้ายเธอ ปัทม์สงสารรจนาไฉนขึ้นมาจับใจ ดึงเธอเข้ามาสวมกอด รจนาไฉนตกใจ ปัทม์กอดรจนาไฉนแล้วค่อยได้สติ รีบผลักรจนาไฉนออกไป

“หยุดบ้ารึยัง ถ้ายังไม่หยุดจะได้เอาเชือกมามัดล่ามไว้”


ที่มา  เดลินิวส์

รวมเด็ดบันเทิง